วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มะขามป้อม

ชื่อวิทยาศาสตร์ Phyllanthus emblica Linn.
วงศ์ EUPHORBIACEAE
มะขามป้อม เป็นผลไม้เก่าแก่ ที่คนเฒ่าคนแก่จะรู้จักและตระหนักถึงคุณค่าของ มะขามป้อม เป็นอย่างดี ว่ากันว่าชนชาติที่รู้จัก มะขามป้อม มาช้านาน และแพร่หลายมากที่สุดในโลกเห็นจะได้แก่อินเดีย ซึ่งให้ความนับถือมะขามป้อมมากถึงกับขนาน มะขามป้อม ว่าเป็นพยาบาลที่ดูแลสุขภาพอยู่ข้างกายอีกนัยหนึ่งก็เปรียบเสมือนแม่ที่ดูแลรักษาลูกอยุ่เสมอ นอกจากนั้นยังมีการเล่าขานกันว่า เมื่อครั้งสมัยพุทะกาล พระพุทะเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุทั้งหลายฉัน มะขามป้อม เป็นโอสถได้
ลักษณะ มะขามป้อมเป้นพรรณไม้ยืนต้น ขนาดสูงประมาณ 7-15 เมตร ลำต้นมีเปลือกเรียบเกลี้ยง ลอกออกเป็นแผ่นๆ
ใบ ใบเดี่ยวเรียงชิดติดกันคล้ายขนนก ปลายใบยาวรี สีเขียวแก่ ยาวประมาณ 1 ซ.ม.
ดอก ออกดอกเป็นช่อหรือเป็นกระจุก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันอยู่บนต้นเดียวกัน หนึ่งดอกมีกลีบดอกประมาณ 5-6 กลีบ มีสีเหลืองอมเขียวผล รูปร่างกลม ผิวเกลี้ยง เนื้อหนา รสฝาด มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม. เปลือกแบ่งเป็นสันความยาว 6 ซ.ม.ภายในเนื้อ มีเมล็ดสีน้ำตาลอยู่ 6 เมล็ดส่วนที่ใช้ ใบ เปลือกลำต้น ผล ปมที่ก้าน ราก
สรรพคุณทางยาสมุนไพร
รากแห้งของมะขามป้อม ใช้ต้มดื่มแก้ร้อนใน แก้ท้องเสีย แก้โรคเรื้อน ลดความดันโลหิต
รากสดมะขามป้อม นำมาพอกแผลเมื่อโดนตะขาบกัด สามารถแก้พิษได้
เปลือกลำต้นมะขามป้อม ใช้เปลือกแห้งบดเป็นผง โรยบาดแผลหรือนำมาต้มดื่มแก้โรคบิด และฟกซ้ำ
ปมก้าน ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากแก้ปวดฟัน โดยนำปมก้าน 10-30 อัน มาต้มกับน้ำแล้วใช้อมหรือดื่มแก้ปวดท้องน้อย กระเพาะอาหาร แก้ปวดเมื่อยกระดูก แก้ไอ แก้ตานซางในเด็ก
ผลมะขามป้อมสด ใช้รับประทานเป็นผลไม้แก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังเป็นยาบำรุง แก้หวัด แก้ไอ ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบาย รักษาคอตีบ รักษาเลือกออกตามไรฟัน หรือจะนำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานเป็นยาถ่ายพยาธิ
ผลมะขามป้อมแห้ง นำมาบดชงน้ำร้อนแบบชาดื่มแก้ท้องเสีย โรคหนองในบำรุงธาตุ รักษาโรคบิด ใช้ล้างตา แก้ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ แก้ตกเลือด ใช้เป็นยาล้างตา หรือจะผสมกับน้ำสนิมเหล็กแก้โรคดีซ่าน โลหิตจาง
เมล็ด นำมาเผาไฟจนเป็นเถ้าผสมกับน้ำมันพืช ทาแก้ตุ่มคัน หืด หรือตำเป็นผงชงน้ำร้อนดื่มรักษาโรคเบาหวาน หอบหืด หลอดลมอักเสบ รักษาโรคตา แก้คลื่นไส้ อาเจียนคุณค่าทางอาหาร
มะขามป้อมมีรสชาติถึง 5 รสด้วยกัน คือ เปรี้ยว หวาน เผ็ดร้อน ขม ฝาด ถือได้ว่า ทุกส่วนของมะขามป้อม มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายเราทั้งสิ้น ในมะขามป้อม 1 ผล มีวิตามินซีสูงถึง 700-100 มิลลิกรัม มะขามป้อมนับว่า เป็นยาอายุวัฒนะขนานหนึ่ง ทางที่ดีเราควรหันมาบริโภคมะขามป้อม เป็นยาบำรุงและบำบัดโรคกันเถอะ วิธีง่ายๆ โดยวิธีทำเป็นมะขามป้อมกวนหรือลูกอมก็ได้ ถือเป็นการส่งเสริมสมุนไพรไทยอีกทางหนึ่ง จะเห็นได้ว่าในมะขามป้อมนั้น มีแคลเซียมสูงมาก ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง และยังมีวิตามินซี ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
ที่มาkapook.com

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สถานที่ท่องเที่ยว

ข้อมูลทั่วไป: ฝรั่งเศส เป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป หากดูในแผนที่แล้วจะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายรูปหกเหลี่ยม อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กินอาณาบริเวณกว้าง การขอวีซ่า: เอกสารที่ต้องเตรียมนะคะ 1. รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 - 2 นิ้ว 2 ใบ 2. หนังสือเดินทางของท่านที่มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันเดินทาง3. สำเนาทะเบียนบ้าน4. สำเนาบัตรประชาชน5. ทะเบียนสมรส/ ใบหย่า (ถ้ามี)6. สำเนาสูติบัตร ในกรณีที่อายุไม่ถึง 20 ปี 7. สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ/ นามสกุล (ถ้ามี) 8. สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริงที่อัพเดทเป็นปัจจุบัน พร้อมสำเนา (ออมทรัพย์/ ประจำ ย้อนหลัง 6 เดือน)9. หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท หรือนายจ้าง ซึ่งจะต้องมีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ทำ และมีการอนุมัติการลาพักร้อนมาด้วยนะคะ แต่ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทเอง จะต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนการค้ามาด้วยค่ะ10. กรมธรรม์ประกันสุขภาพ ที่คุ้มครองท่านตลอดระยะเวลาการเดินทาง ตลอดจนในกรณีที่ต้องนำส่งกลับประเทศไทย วงเงินขั้นต่ำ 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,500,000 บาท11. เอกสารรับรองห้องพักจากทางโรงแรมในฝรั่งเศส 12. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางไป-กลับโดยชัดเจนv 13. สถานที่ที่จะไปเที่ยวในกลุ่มประเทศ Schengen (Itinerary) สถานทูตไทยในฝรั่งเศส: L'AMBASSADE ROYALE DE THAILANDE 8, Rue Greuze 75116 Parisโทร: (331) 5626 5050 แฟกซ์: (331) 5626 0445/46 เปิดทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.30 - 12.30 น. และ 14.30 - 17.30 น. ภาษาที่ใช้: ชาวฝรั่งเศสจะพูดภาษาของตัวเอง คือ ภาษาฝรั่งเศส ฉะนั้น การทำสัญญาใดๆ ก็ตาม เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การศึกษา จะต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก ปัจจุบัน ภาษาฝรั่งเศส มีคนนิยมใช้กันมากขึ้นอย่างเช่นใน สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา เป็นต้น ความแตกต่างของเวลา: เวลาของประเทศฝรั่งเศสจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง เมื่อไปถึงแล้วอย่าลืมปรับนาฬิกาด้วยนะคะ สภาพอากาศ: นครปารีส อากาศจะอยู่ที่ประมาณ 12 องศาเซลเซียส แต่อาจจะไม่แน่นอนเสมอไป เพราะบางครั้งในกรุงปารีส ก็จะมีฝนตกตลอดทั้งปี หรือบางครั้งถ้าเป็นฤดูหนาว จะมีอุณหภูมิต่ำลงถึงประมาณ 3 องศาเซลเซียส เลยก็ได้ค่ะ เพราะฉะนั้น การเดินทางไปเมืองปารีส จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้หลากหลายรูปแบบ พร้อมรับมือกับสภาพอากาศของฝรั่งเศสกันด้วยนะคะ ค่าเงิน และการธนาคาร: ฝรั่งเศสใช้เงินฟรังค์ (FF) ซึ่งเท่ากับเงินไทยประมาณ 40 บาท ค่าเงินจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาขณะที่แลกในช่วงนั้นด้วยนะคะ เงินฟรังค์จะแบ่งเป็นมูลค่า 500, 200, 100, 50 และ 20 ฟรังค์ เงินเหรียญของฝรั่งเศสมีมูลค่าตั้งแต่ 50, 20, 10 และ 5 ซองตีม โดยเหรียญ 50 ซอง จะออกมาในลักษณะ ฟรังค์ ค่ะ ระบบไฟฟ้า: ฝรั่งเศสใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือเป็นแบบ 220 โวลต์ บางที่ก็เป็นปลั๊กสองตา บางที่ก็เป็นปลั๊กชนิดสามขา เพราะฉะนั้น จำเป็นต้องเตรียมปลั๊กเสียบ หรือ Adapter มาจากเมืองไทย จะได้สามารถใช้ปลั๊กได้ทั้ง 2 แบบค่ะ น้ำประปา: ระบบน้ำประปาในฝรั่งเศสสะอาดจนสามารถดื่มได้จากก๊อกเลย แต่ถ้าน้ำจากก๊อกที่ไหนไม่สะอาดพอ จะมีป้ายบอกไว้เสมอว่าไม่สามารถดื่มได้ หรือคำว่า eau non potable ลองสังเกตดูนะคะ ระบบโทรศัพท์: โทรศัพท์สาธารณะในฝรั่งเศสมีทั้งแบบใช้บัตรและแบบหยอดเหรียญ ถ้าเป็นในเมืองใหญ่ๆ มักจะเป็นแบบใช้บัตร ซึ่งหากต้องการโทรศัพท์กลับมาเมืองไทย ขอแนะนำให้ใช้บัตรโทรศัพท์จะสะดวกกว่าแบบหยอดเหรียญ ท่านสามารถหาซื้อบัตรโทรศัพท์ได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ แผงขายหนังสือที่มีอยู่ทั่วไปหรือตามสถานีรถไฟ และร้านขายของที่มีป้ายติดว่าจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ หรือ Telecarte หากจะโทรศัพท์มาประเทศไทยด้วยโทรศัพท์สาธารณะจะต้องหมุน 19+66+รหัสเมือง+หมายเลขที่ต้องการ แต่ถ้าอยู่ที่เมืองอื่นๆ ในฝรั่งเศส นอกเหนือจากมหานครปารีส และต้องการจะโทรศัพท์มายังปารีส หมุนหมายเลข 16+1+หมายเลขที่ท่านต้องการได้เลยค่ะ ข้อแนะนำพิเศษ: ตามร้านอาหารหรือภัตตาคารส่วนใหญ่ในฝรั่งเศส จะคิดค่าเซอร์วิสชาร์จประมาณ 10-15% ของราคาอาหาร ดังนั้นการทิปอาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่คนส่วนมากมักจะให้เศษเหรียญ หรือเงินสัก 2-3 ฟรังค์ ไม่ว่าอาหารที่ทานจะมีราคาเท่าไหร่ก็ตาม หรือถ้าเราพอใจการบริการของเขา ก็อาจจะทิปให้มากก็ได้ค่ะ ถ้าไปนั่งจิบกาแฟที่คอฟฟี่ช็อป ควรจะให้ทิปไว้สัก 1 ฟรังค์ แต่ถ้าบริการไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องทิปค่ะ ทั้งนี้ ในส่วนของการโดยสารแท็กซี่ และการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ ปกติจะทิปประมาณ 2-3 ฟรังค์ค่ะ อาหารท้องถิ่น: เที่ยวชมรอบเมืองแล้ว ก็ต้องแวะชิมอาหารเลื่องชื่อของฝรั่งเศสกันซักหน่อย เพราะประเทศนี้เขาโด่งดังด้านอาหารการกินอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นแหล่งผลิตไวน์ และ แชมเปญที่สำคัญที่สุดของโลกในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไวน์แดงและไวน์ขาว สำหรับขนมปังก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ขนมปังของฝรั่งเศสจะเรียกว่า บาแกตต์ (Baquette) มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าใคร ด้วยการทำเป็นทรงยาวกว่า 2 ฟุต รูปร่างคล้ายกระบองเลย เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้นๆ ส่วนอีกชนิดที่นิยมคือ ครัวซองต์ ค่ะ ท่านสามารถลิ้มลองได้ในรายการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า จากภัตตาคารภายในที่พักในฝรั่งเศสของท่าน นอกจากนี้ยังมี เครป ขนมสุดฮิตของชาวปารีเซียง และ เอแคลร์ ขนมที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวฝรั่งเศส สำหรับเป็นทางเลือกอีกด้วยนะคะ แหล่งช้อปปิ้ง: ฝรั่งเศส เรียกได้ว่าเป็นเมืองแฟชั่นก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นของประเทศฝรั่งเศสจึงมีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะถือเป็นศูนย์รวมของดีไซเนอร์ชื่อดัง และเป็นต้นฉบับของแฟชั่นทั่วโลก รูปแบบของเสื้อผ้าจะค่อนข้างทันสมัย สำหรับสินค้าอีกอย่างที่เลื่องลืออย่างมากคือ น้ำหอม นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมซื้อน้ำหอมยี่ห้อที่ฝรั่งเศสเป็นต้นตำรับการผลิต เพราะจะมีราคาถูกกว่าที่นำมาขายในต่างประเทศมาก เมืองที่มีชื่อเสียงในการผลิตหัวน้ำหอมกลิ่นต่างๆ คือ เมืองนีส คานส์ ริเวียร่า ส่วนยี่ห้อน้ำหอมที่โดดเด่นของฝรั่งเศสได้แก่ Christian Dior, Caron, Givenchy, Rochas, Guerlain, Paco Rabanne เป็นต้น
ที่มาwww.monoplanet.com